เมเจอร์ แฮปปี้ดีลเข้าซื้อทราฟฟิก ได้หุ้นตามต้องการ 51% เตรียมจ่ายเงินภายในวันนี้
นายฉัฐภูมิ ขันติวิริยะ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบัญชี บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) กล่าวว่า ภายหลังผู้ถือหุ้นของบริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์โฮลดิ้งส์ (TRAF) ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จำนวนหุ้นที่เหลือจากการเพิ่มทุนเป็นไปตามที่บริษัทและพันธมิตรตั้งเงื่อนไขไว้ 51% ทำให้การเข้าซื้อกิจการของเมเจอร์ฯ ครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี
"ภายใน 1-2 วันนี้ คงจะดำเนินการแลกหุ้นแล้วเสร็จ ซึ่งเดิมเรา ก็หวั่นว่ารายการอาจล้มได้แต่เป็นเพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทราฟฟิกยอมเสียสละถูกกระทบต่อราคาหุ้น (ไดลูท) โดยไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ขณะที่รายย่อยบางส่วนใช้สิทธิหากไม่เป็นแบบนี้รายการซื้อขายนี้คง ไม่เกิด"
สำหรับแผนจากนี้ไปบริษัทคงดำเนินการตามที่วางไว้ก่อนหน้านี้ แต่รายละเอียดของแผนนั้นจะมีการแถลงอีกครั้งในวันที่ 6 ก.พ.นี้
นายวิรัตน์ อุดมสินวัฒนา นักลงทุนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ TRAF กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กลุ่มอุดมสิน วัฒนาและพันธมิตร ได้รับความไว้วางใจจากเมเจอร์ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้เมเจอร์ จะใส่ธุรกิจที่มีศักยภาพ มีโอกาสการเติบโตสูงเข้ามาในกลุ่มธุรกิจ TRAF
นายวิรัตน์ กล่าวถึงการลงทุนของตระกูลอุดมสินวัฒนา มีเป้าหมายการทำธุรกิจรองรับอนาคตการเติบโตของธุรกิจครอบครัว ซึ่งมองว่า TRAF เป็นธุรกิจบันเทิงในอนาคตที่แท้จริงที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ นอกเหนือจากธุรกิจค้าเหล็กของตระกูล
"การลงทุนของผม จะเดินตามคุณวิชา พูลวรลักษณ์ เป็นแบบอย่าง ซึ่งคุณวิชา ประสบความสำเร็จในธุรกิจตั้งแต่อายุไม่ถึง 40 ปี และวันนี้ตามจนเจอ ได้มาร่วมงานด้วย" นายวิรัตน์ กล่าว
นายทวีศักดิ์ ชกากรกนก ผู้ถือหุ้น TRAF กล่าวว่า ได้รับสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน TRAF จำนวน 12 ล้านหุ้น เศษ แต่ได้สละสิทธิทั้งหมด เพื่อยกสิทธิเพิ่มทุนให้กับบริษัท เมเจอร์ กรุ๊ป (MAJOR) และรู้สึกดีใจที่เมเจอร์ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทราฟฟิก เพราะเมเจอร์ ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ
"ที่ผมสละสิทธิเพิ่มทุนทั้งหมดให้กับเมเจอร์ เพราะต้องการเอาเงินไปลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ผมทำโครงการบ้านจัดสรรอยู่ รวมทั้งไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่นหุ้น ปตท. (PTT)" นักลงทุนกล่าว
สำหรับหุ้น TRAF ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะหลังนั้น นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ได้ทำกำไร TRAF มากพอสมควรแล้ว จึงต้องการไปลงทุนหุ้นตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551